เห็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลงบ้าง จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง และผู้ป่วยที่รักษาตัวกลับบ้านได้มากขึ้น ที่สำคัญภาครัฐ ได้ประกาศคลายล็อกทำให้ชีวิตรู้สึก ดีขึ้นตามลำดับ

ก็ได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างดีขึ้นตลอด

เพราะถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่ภาครัฐกำหนด เราจะเปิดประเทศในต้นปีหน้า 2565 นั่นหมายถึงระบบต่างๆ ภาคธุรกิจ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและอื่นๆจะเริ่มขับเคลื่อนเดินหน้าไปเสียที ถึงตอนนั้นประชาชนคนในบ้านคงจะมีความสุขกลับคืนมาอีกครั้ง

เช่นเดียวกับวงการกีฬาที่ต้องเริ่มขยับเดินหน้าเช่นกันเพราะยังมีภารกิจสำคัญรออยู่มากมาย ทั้งเอเชียนเกมส์ 2022 ที่หางโจว ประเทศจีน รวมถึง ซีเกมส์ ที่ยังไม่รู้ว่าที่ไหน และที่สำคัญโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ปารีส

ซึ่งก่อนที่วงการกีฬาจะเริ่มขับเคลื่อนหัวเรือใหญ่อย่าง “คณะกรรมการโอลิมปิกไทย” ก็จะมีการเลือกตั้งประธานในเดือน พ.ย. ซึ่งแน่นอนว่า “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ น่าจะนั่งบริหารงานต่ออีกสมัย ส่วนตำแหน่งที่น่าจับตาคงจะเป็นพ่อบ้านในการทำงาน “เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกไทย”

แว่วๆว่ามีแคนดิเดตหลายคน แต่ก็คงไม่แปลกที่ “บิ๊กป้อม” จะเลือกคนที่ไว้วางใจได้ให้ใครขึ้นมาทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะนั่นเปรียบเสมือนมือทำงานข้างกายที่แค่ “มองตาก็รู้ใจ”

ส่วนอีกสมาคมที่ถือว่าสำคัญลำดับต้นๆ “มวยสากลแห่งประเทศไทย” ที่จริงๆแล้วต้องเลือกตั้งนายกในเดือน พ.ค. แต่ด้วยสถานการณ์ของโควิดบวกกับมีการแข่งขัน “โตเกียวเกมส์ 2020” รออยู่ ทำให้ต้องเลื่อนวันในการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมที่หมดวาระ

แต่ก็ดีใจแทนสโมสรสมาชิกที่มีชื่อ “บิ๊กชาย” นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการทีมชุดโตเกียวเกมส์และประธานเทคนิคสมาคมกีฬามวยฯ เข้ามานั่งบริหารนโยบายการทำงานต่อจาก “บิ๊กบางจาก” พิชัย ชุณหวชิร ตามสัญญาลูกผู้ชายที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้

ชื่อของ “บิ๊กชาย” เชื่อว่าเป็นที่รู้จักและทุกคนเชื่อมือในแวดวงมวยทั้งไทยและสากล เพราะคนคนนี้หัวใจมีเรื่องของกีฬาเกินร้อยแน่นอน เพียงแต่ทั้ง 3 ห้องมีแต่มวย ส่วนอีก 1 ห้องที่เหลือยกให้กีฬาทุกประเภทโดยเฉพาะฟุตบอล เพราะ “บิ๊กชาย” เคยนั่งเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลธรรมศาสตร์มาหลายสมัย

ไม่ใช่เพียงสโมสรสมาชิกเท่านั้นที่อยากเห็น “บิ๊กชาย” เข้ามาบริหาร ตัวนักมวยแทบจะทุกคนก็เฝ้ารอเพราะรู้ซึ้งถึงฝีมือและยกให้เป็นพ่อคนที่สองไปแล้ว

วันนี้ “บิ๊กชาย” ไม่ใช่กุมหัวใจของนักมวยเท่านั้น แต่บรรดาสโมสรสมาชิกก็ให้ใจแบบเกินร้อยเช่นกัน เพราะต่างเชื่อว่าน่าจะเข้ามาพัฒนาวงการมวยสากลให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งเหมือนเมื่อก่อนที่ประเทศไทยเป็นพี่เบิ้มในอาเซียน

หากนับเวลาตั้งแต่วันนี้เหลือไม่มากแล้วสำหรับเกมนานาชาติหลายทัวร์นาเมนต์ที่รออยู่ การที่แต่ละสมาคมกีฬาได้หัวเรือใหญ่ที่เปี่ยมล้นด้วยศักยภาพคับแก้วมานั่งบริหารงาน ก็จะส่งผลให้สมาคมนั้นเติบโตและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

เชื่อว่าตอนนี้บรรดาสโมสรสมาชิกรวมถึงนักมวยคงเฝ้ารอต้อนรับนายกคนใหม่แล้ว

เพราะเท่าที่ฟังนโยบายที่ได้ยินมาคร่าวๆ สุดจ๊าบและเป็นจริงจับต้องได้.