เปิดปูมชีวิต “กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี” จากวันที่ไม่มีค่ายดูแลสู่ไฟต์ป้องกันแชมป์โลกค่าตัวเงินล้าน

24 ก.ย. 64 ค่ำคืนที่จะเปลี่ยนชีวิตนักมวยจากจังหวัดหนองบัวลำภูคนนี้ เพราะเขากำลังจะมีค่าตัวทะลุหลัก 1 ล้านบาทต่อไฟต์

ทั้งที่ย้อนกลับไปก่อนหน้าสักประมาณ 2-3 ปีก่อน เจ้าตัวเคยอยู่ในจุดที่ไม่มีค่ายดูแล ต้องไปตระเวนหอบหิ้วนวมไปขอซ้อมตามค่ายต่าง ๆ

กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี นักชกวัย 28 ปี ในอดีตเป็นนักมวยไทยเวตใหญ่ที่มีชื่อที่แฟนหมัดมวยรู้จักกันในนาม “ดีเซลเล็ก อู๊ดดอนเมือง”

ทว่าด้วยน้ำหนักตัวที่มากเกิน 150 ปอนด์ บวกกับความสามารถที่เก่งกาจ หาตัวชกไม่ได้ ทำให้ ดีเซลเล็ก ไม่ค่อยมีรายการชก จนค่าตัวลดลงมาเหลือเพียง 25,000 บาทเท่านั้น

มีช่วงเวลาหนึ่ง “ดีเซลเล็ก” เคยลำบากถึงขั้นเป็นนักชกพเนจร ต้องเดินทางหาสถานที่ฝึกซ้อมและขอโปรแกรมชกเองตามเวทีมวยต่างจังหวัด

จนกระทั่ง ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ หัวหน้าค่ายมวยเพชรยินดีอะคาเดมี กำลังมองหามวยเวตใหญ่ขึ้นมาขึ้นชก จึงได้ตัดสินใจทาบทาม ดีเซลเล็ก ให้เข้ามาอยู่ในสังกัด และปลุกปั้นใหม่เปลี่ยนชื่อเป็น “กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี” โดยหวังให้เขาเป็นผู้นำของค่าย

การย้ายมาอยู่ เพชรยินดีอะคาเดมี ทำให้ กัปปิตัน ได้รับการดูแลที่ดี ทั้งการฝึกซ้อมเสริมทักษะต่าง ๆ รวมถึงค่ายแห่งนี้ยังให้ความสำคัญกับเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา จนทำให้ กัปปิตัน สามารถรีดน้ำหนักลงมาชกในพิกัด 139 ปอนด์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

“สังเกตจากไฟต์แรกหลังจากที่เข้ามาเพชรยินดี เขามีน้ำหนักถึง 160 ปอนด์ และทุกไฟต์จะลดลงเรื่อย ๆ จนตอนนี้ 139-140 ปอนด์แล้ว และอาจจะทำได้ถึง 135 ปอนด์ เพื่อจะได้มีตัวชกมากขึ้นกว่าพิกัดใหญ่” ณัฐเดช กล่าว

รวมถึงค่ายมวยเพชรยินดี ยังได้ผลักดันให้ “กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี” ไปลุยในศึก ONE Championship

และเพียงแค่ไฟต์เปิดตัว กัปปิตัน ก็แจ้งเกิดอย่างรวดเร็ว ด้วยการเอาชนะน็อก เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส อดีตแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งชื่อดัง โดยใช้เวลาเพียงแค่ 6 วินาทีของยกแรกเท่านั้น

จากนั้นไฟต์ 2 ก็กระชากเข็มขัดแชมป์โลกมาจาก อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ ด้วยการชนะน็อกในยกที่ 2

และค่ำคืนนี้สำคัญตรงที่ว่า จากนักชกพเนจรที่โลกลืม กำลังจะกลายเป็นนักสู้ค่าตัวเงินล้านอย่างเต็มตัว เพราะเขาจะขึ้นชกไฟต์ป้องกันแชมป์โลกครั้งแรกกับ “เมห์ดี ซาตูต์” ผู้ท้าชิงชาวฝรั่งเศส

โดย “ณัฐเดช” หัวหน้าค่ายเพชรยินดี ผู้ที่นำแมวเก้าขีวิตอย่าง “กัปปิตัน” มาปั้นอีกครั้ง เผยถึงความพร้อมในไฟต์นี้ของนักชกในสังกัดว่า “ไฟต์นี้มาเก็บตัวที่ค่ายมาเดือนกว่าแล้ว ดูจากการซ้อมไฟต์นี้ดูเป็นสไตล์คิกบ็อกซิ่งมากขึ้น ไม่ติดสเต็ปมวยไทยแบบไฟต์ก่อน ๆ แต่มองแล้วเราเป็นรองเขาที่จะถนัดการสู้แบบคิกบ็อกซิ่งมากกว่าและยังเก๋ากว่าด้วย แต่เราได้สภาพร่างกายที่สดหนุ่มกว่า ฝั่งเรา 28 ปี ส่วนเขาอายุ 37 ปี

ขณะที่ กัปปิตัน เผยกับ Main Stand ว่า “ซาตูต์ เป็นมวยมากประสบการณ์ที่ชกด้วยยาก ส่วนการชกแบบคิกบ็อกซิ่ง ก็ยังติดขัดอยู่นิดหน่อย”

“ก็คงพยายามเดินเบียดชวนเขาออกอาวุธ ใช้ความสดกว่าของสภาพร่างกายเข้าแลกให้เขาหมดแรง เพราะชก 5 ยก แต่ต้องระวังหมัดจังหวะสองของเขาด้วย เพราะเขาอาจจะมองว่าคางเราอ่อน โดนหมัดไม่ค่อยได้” จากเกมไฟต์ก่อนที่โดนหมัด ของรามาซานอฟ ลูกศิษย์ในค่ายของเขาก็มีอาการเมาให้เห็น